
20
Mar
ญี่ปุ่น
ชี้เป้าจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น สัมผัสฤดูใบไม้ร่วงสุดโรแมนติก
ญี่ปุ่นคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะไม่ว่าจะเดินทางฤดูไหน ก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ทั้งภูเขา ทะเลสาบ สวนสาธารณะ รถไฟสายโรแมนติก วัดเก่าแก่ ไปจนถึงมุมธรรมชาติที่งดงามราวภาพวาด สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเที่ยวญี่ปุ่น บทความนี้ได้รวบรวม 8 พิกัดน่าเที่ยวจากหลายเมืองทั่วประเทศ ที่มีทั้งบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี วิวธรรมชาติสุดประทับใจ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างชัดเจน รับรองว่าอ่านจบแล้วจะอยากแพ็กกระเป๋าไปญี่ปุ่นทันที
1. Fuji – Momiji Corridor Lake Kawaguchi
อุโมงค์ใบเมเปิลสุดโรแมนติกกับวิวฟูจิที่งดงามเกินบรรยาย หากพูดถึงการชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้ภูเขาไฟฟูจิ หนึ่งในจุดที่สวยและมีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Momiji Corridor Lake Kawaguchi หรืออุโมงค์เมเปิลริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ จุดเด่นของที่นี่คือถนนสายสั้น ๆ ที่เรียงรายไปด้วยต้นเมเปิลสีแดง ส้ม และเหลือง ตลอดสองข้างทาง เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความโรแมนติก และยิ่งสวยเป็นพิเศษเมื่อมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิอันสง่างาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้แบบเพลิน ๆ ในช่วงกลางวัน และในบางช่วงยังมีการประดับไฟยามค่ำคืน เพิ่มความสวยงามไปอีกแบบ เหมาะสำหรับทั้งสายถ่ายภาพ คู่รัก และคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในบรรยากาศละมุนที่สุดแห่งหนึ่ง

2. Osaka – Minoo Park
สัมผัสธรรมชาติใกล้โอซาก้า เดินชมน้ำตกและใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเพลิดเพลิน แม้โอซาก้าจะขึ้นชื่อเรื่องแสงสี ความคึกคัก และอาหารอร่อย แต่หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้เมือง Minoo Park คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ที่นี่เป็นสวนธรรมชาติยอดนิยมสำหรับการเดินเล่นพักผ่อน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ไฮไลต์สำคัญคือเส้นทางเดินสู่ น้ำตกมิโนะ ที่ใช้เวลาเดินไม่ยาวนัก ระหว่างทางมีร้านขายของท้องถิ่นและบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ เป็นอีกหนึ่งมุมสงบของโอซาก้าที่ทำให้เห็นว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่เมืองใหญ่ แต่ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายและสวยงามไม่แพ้กัน

3. Niigata – Naeba Dragondola
นั่งกระเช้าชมวิวภูเขาสุดอลังการ หนึ่งในวิวฤดูใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น สำหรับคนรักธรรมชาติและวิวพาโนรามา Naeba Dragondola ในจังหวัดนีงาตะ คือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด กระเช้าแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะจะพานักท่องเที่ยวลอยเหนือแนวภูเขา ป่าไม้ และหุบเขาขนาดใหญ่ ชมสีสันของธรรมชาติที่ไล่เฉดอย่างสวยงามสุดลูกหูลูกตา เสน่ห์ของที่นี่คือความยิ่งใหญ่ของวิวที่มองได้แบบเต็มตา โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งภูเขาดูเหมือนถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง เหลือง และส้ม เป็นอีกจุดที่เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสความอลังการของธรรมชาติญี่ปุ่นในมุมที่ต่างออกไป ทั้งตื่นตาและประทับใจในเวลาเดียวกัน

4. Nagoya – Korankei Gorge
หุบเขาใบไม้แดงชื่อดัง จุดชมธรรมชาติสุดสวยใกล้นาโกย่า ถ้าพูดถึงสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้นาโกย่า ชื่อของ Korankei Gorge มักติดอันดับต้น ๆ เสมอ ที่นี่เป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดไอจิ ด้วยทิวทัศน์ของต้นเมเปิลจำนวนมากที่เปลี่ยนสีพร้อมกันในฤดูใบไม้ร่วง กลายเป็นภาพงดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ จุดเด่นของ Korankei คือบรรยากาศที่ลงตัวระหว่างธรรมชาติ สายน้ำ สะพาน และหมู่บ้านเล็ก ๆ โดยเฉพาะมุมริมแม่น้ำที่สะท้อนเงาของต้นไม้สีแดงสด ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ที่นี่ดูโรแมนติกและมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมวิว ถ่ายภาพ หรือแวะสัมผัสบรรยากาศงานไฟในช่วงเย็นได้อีกด้วย

5. Hokkaido – Hokkaido University
มหาวิทยาลัยที่สวยราวสวนสาธารณะใหญ่ใจกลางซัปโปโร หลายคนอาจคุ้นกับฮอกไกโดในภาพของหิมะ ปูยักษ์ และทุ่งดอกไม้ แต่ Hokkaido University ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าแวะเมื่อมาเยือนซัปโปโร ด้วยบรรยากาศร่มรื่น กว้างขวาง และเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยดูสวยงามคล้ายสวนสาธารณะขนาดใหญ่ จุดที่ได้รับความนิยมมากคือถนนต้นแปะก๊วยที่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยสะดุดตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศสงบ ๆ ของเมืองใหญ่ทางเหนือ เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความเรียบง่ายแต่มีความงดงามเป็นธรรมชาติ ทำให้เป็นอีกพิกัดที่เที่ยวได้แบบชิล ๆ และน่าประทับใจ

6. Takayama – Kamikochi
ดินแดนธรรมชาติบริสุทธิ์ กับวิวภูเขาและสายน้ำที่สวยดุจภาพฝัน แม้หลายคนจะรู้จักทาคายามะจากเมืองเก่าที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่หากอยากเปิดประสบการณ์ธรรมชาติแบบยิ่งใหญ่ Kamikochi คือจุดหมายที่ควรอยู่ในลิสต์ ที่นี่เป็นแหล่งธรรมชาติชื่อดังบนเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น โอบล้อมด้วยภูเขาสูง ป่าไม้ และแม่น้ำใสสะอาด เสน่ห์ของคามิโคจิคือความสงบและความงามที่ดูบริสุทธิ์ราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเส้นทางธรรมชาติ ชมสะพานคัปปะบาชิอันเป็นสัญลักษณ์ และสูดอากาศสดชื่นได้อย่างเต็มปอด เหมาะสำหรับสายธรรมชาติที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เงียบสงบและงดงามอย่างแท้จริง

7. Kyoto – Sagano Romantic Train
นั่งรถไฟสายโรแมนติก ชมธรรมชาติสองฝั่งทางในบรรยากาศแสนคลาสสิก เกียวโตไม่ได้มีดีแค่วัด ศาลเจ้า และย่านเมืองเก่าเท่านั้น เพราะยังมีอีกหนึ่งประสบการณ์ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวหลงรัก นั่นคือ Sagano Romantic Train รถไฟท่องเที่ยวสายคลาสสิกที่วิ่งผ่านหุบเขาและแม่น้ำในพื้นที่อาราชิยามะ ความพิเศษของรถไฟสายนี้คือการได้นั่งชมวิวธรรมชาติแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่สองฝั่งทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์งดงาม บรรยากาศระหว่างทางทั้งเงียบสงบ โรแมนติก และมีเสน่ห์แบบย้อนยุค จึงเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเก็บภาพความทรงจำสวย ๆ ของเกียวโตในอีกมุมหนึ่งที่ต่างจากเดิม

8. Fukuoka – Nanzoin Temple
วัดดังแห่งฟุกุโอกะ กับพระนอนขนาดใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ปิดท้ายกันที่เมืองฟุกุโอกะ กับ Nanzoin Temple วัดชื่อดังที่เป็นที่รู้จักจากพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพระนอนสัมฤทธิ์ที่โดดเด่นของญี่ปุ่น ความยิ่งใหญ่และความสงบของสถานที่แห่งนี้สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนตั้งแต่แรกเห็น นอกจากองค์พระนอนที่เป็นไฮไลต์สำคัญแล้ว บริเวณโดยรอบของวัดยังรายล้อมด้วยธรรมชาติและทางเดินที่ให้บรรยากาศสงบเหมาะแก่การมาสักการะและพักใจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งมิติของศาสนา วัฒนธรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เปี่ยมด้วยความสงบและศรัทธา
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่ว่าจะเดินทางกี่ครั้งก็ยังมีมุมใหม่ ๆ ให้ค้นพบเสมอ จากวิวฟูจิที่ทะเลสาบคาวากุจิ ความร่มรื่นของสวนธรรมชาติใกล้โอซาก้า ความอลังการของกระเช้านีงาตะ ไปจนถึงเสน่ห์ของเกียวโต ฮอกไกโด และฟุกุโอกะ ทุกเมืองล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความทรงจำที่แตกต่างกัน หากคุณกำลังวางแผนทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไป ลองเลือกหนึ่งในพิกัดเหล่านี้ใส่ไว้ในโปรแกรมเที่ยว แล้วจะได้พบว่าความงดงามของญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงภาพจำเดิม ๆ แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้หลงรักได้มากขึ้นในทุกฤดูกาล
